การเต้นรำเสริมสร้างความฉลาดให้กับลูก

วิธีการเสริมสร้างความฉลาดให้กับลูกรักนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นไม้บล็อก การทำอาหาร กิจกรรมศิลปะ รวมถึงการเล่นดนตรี และการเต้นรำ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ “การเต้นรำ” ถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่เด็กๆ ชอบและตอบสนองต่อพัฒนาการของเด็กมากที่สุด เพราะโดยธรรมชาติของเด็กเมื่อได้ยินเสียงเพลง หรือจังหวะที่เร้าใจ เด็กจะตอบสนองโดยการเต้นและโยกย้ายตัวไปมา นอกจากการเต้นรำจะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เด็กๆ ได้รับความสนุกสนานแล้วยังส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กๆ ไปพร้อมกันด้วย ดังนี้

1. ด้านร่างกาย เด็กๆ จะได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน ได้พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยให้เรื่องของการสูบฉีดโลหิต การคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมทั้งการพัฒนาสมอง เพราะสมองจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ซึ่งถือว่าเป็นสารที่มีความสุขออกมาอีกด้วย

2. ด้านอารมณ์ เด็กๆ จะได้รับความสนุกสนาน ได้เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเร็วและช้า ซึ่งจังหวะช้าช่วยให้เด็กผ่อนคลายและให้ความรู้สึกสงบ ส่วนจังหวะเร็วจะช่วยให้เด็กรู้สึกกระฉับบกระเฉง สดชื่นแจ่มใส

3. ด้านสังคม เด็กได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การเป็นผู้นำ ผู้ตาม การแบ่งปัน รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและช่วยเรื่องการปรับตัวในการเข้าสังคมสำหรับของเด็กที่ขี้อายอีกด้วย

4. ด้านสติปัญญา เด็กได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น ความจำในท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวะ พื้นที่และเวลา รวมทั้งในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการอีกด้วย

ศิลปะการร่ายรำของไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

8รำไทยเป็นการแสดงประเภทหนึ่งของนาฏศิลป์ไทย มีเอกลักษณ์การร่ายรำโดยการเคลื่อนไหวประกอบกับเสียงดนตรีด้วยลีลาที่อ่อนช้อยและสอดคล้องกลมกลืนกันระหว่างส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะมือ แขน เท้า และลำตัว มีบทขับร้องด้วยหรือไม่ก็ได้ มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คนขึ้นไป แบ่งประเภทเป็นการรำเดี่ยว รำคู่ หรือรำหมู่ แต่งกายตามรูปแบบของการแสดง ท่ารำจะเชื่อมโยงต่อเนื่องกันและเป็นสื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจและลึกซึ้งถึงอารมณ์ของผู้แสดงได้ เพลงรำมีทั้งเร็วและช้า ทั้งนี้ สามารถแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นการรำพื้นเมืองจากทางภาคใดด้วย การเรียนรำไทยถือว่าเป็นการช่วยเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะอันมีค่าของชนชาติไทยให้สืบต่อไป นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาด้านสมาธิ กล้าแสดงออก เป็นคนมีระเบียบ ร่าเริง จิตใจเยือกเย็น เรียนรู้วิธีร่วมงานกับผู้อื่น และที่สำคัญเห็นได้ชัดคือ การรำไทยช่วยเสริมสร้างให้มีบุคลิกทรวดทรงที่งดงามและสมดุลกัน

นาฏศิลป์ไทยยังได้รับอิทธิพลแบบแผนตามแนวคิดจากต่างชาติเข้ามาผสมผสานด้วย ถือเป็นอิทธิพลสำคัญต่อแบบแผนการสืบสานและถ่ายทอดนาฏศิลป์ของไทยจนเกิดขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่มีรูปแบบ แบบแผนการเรียน การฝึกหัด จารีต ขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทยได้สันนิษฐานว่า อารยธรรมทางศิลปะด้านนาฏศิลป์ของอินเดียนี้ได้เผยแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมันกรุงศรีอยุธยาตารมประวัติการสร้างเทวาลัยศิวะนาฏราชที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1800 ซึ่งเป็นระยะที่ไทยเริ่มก่อตั้งกรุงสุโขทัย ดังนั้นท่ารำไทยที่ดัดแปลงมาจากอินเดียในครั้งแรกจึงเป็นความคิดของนักปราชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการแก้ไขปรับปรุงหรือประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในกรุงรัตนโกสินทร์ จนนำมาสู่การประดิษฐ์ท่าร่ายรำและละครไทยมาจนถึงปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของการฟ้อนรำไทยของทุกภาคจะแตกต่างกันบ้างก็อยู่ที่การใช้มือใช้แขน ภาคเหนือกับภาคกลางนั้นละม้ายคล้ายคลึงกันมาก ไม่ยกมือยกแขนต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป อยู่ในระดับศีรษะเป็นอย่างสูงสุดไม่เกินกว่านั้น ส่วนภาคใต้นั้นยกมือให้สูงเกินศีรษะขึ้นไปได้ ขาที่ย่อลงไปก็ย่อต่ำกว่าภาคกลางและภาคเหนือมาก และต้องอาศัยการฝึกหัดให้มีกำลังขาที่แข็งจริงๆจึงจะทำได้ นักฟ้อนรำในภาคอีสานนั้นดูจะรำตามสบายยิ่งกว่าภาคอื่นแม้จะอยู่ในสามัญลักษณะเช่นเดียวกัน การกระทบจังหวะด้วยการย่อขาลงหรือยุบนั้นมีน้อยกว่าในภาคอื่นและจะนานๆครั้ง ไม่ลงทุกจังหวะ แต่ดั้งเดิมมานั้นการใช้แขนแตกต่างกันระหว่างผู้ฟ้อนรำที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ผู้ชายนั้นใช้สองแขนรำได้ แต่ผู้หญิงมักจะ ใช้แขนรำอยู่ข้างเดียว อาจจะเป็นแขนใดแขนหนึ่งก็ได้ ถ้าออกแขนขวารำก็เอาแขนซ้ายบังหน้าอกไว้ หรือถ้าออกแขนซ้ายรำก็ใช้แขนขวานั้นบังหน้าอกไว้ เป็นการแสดงออกถึงความสำรวมของสตรีเพศที่จะต้องปิดบังอวัยวะต่างๆของตนให้มิดชิด

วิชาการเต้นรำเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์

สาขาวิชาการเต้นรำเป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ ที่เคลื่อนไปตามจังหวะหรือเสียงดนตรี การเต้นรำมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่ของความบันเทิงและบทบาทในเชิงวัฒนธรรม ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เต้นรำเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่จริงๆ แล้วการเต้นรำมีต้นกำเนิดมาจากการเต้นประกอบพิธีกรรมสมัยโบราณ คอร์สนี้ไม่ได้สอนแค่การฝึกปฏิบัติด้านการเต้นเท่านั้น แต่คุณยังจะได้เรียนทฤษฎีความเชื่อมโยงระหว่างการเต้นกับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของสังคมนั้นๆ ตั้งแต่การเต้นรำของชนเผ่าแอฟริกัน ไปจนถึงการแสดงในโรงละครตามวิถีแบบตะวันตก

หากคุณหลงใหลในการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ รักเสียงดนตรี และชื่นชอบการเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม การเรียนเต้นรำก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ

สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้เกี่ยวกับคอร์สนี้คือ การเต้นรำต้องเคลื่อนไหวร่างกายค่อนข้างเยอะและต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้เรียนจะรู้แค่เรื่องจังหวะอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วย นักเต้นที่มีความคิดสร้างสรรค์จะเหมาะอย่างยิ่งกับสาขาวิชานี้ เพราะในหลักสูตรผู้เรียนจะต้องเรียนการออกแบบท่าเต้นด้วย

นอกจากเรียนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ผู้เรียนยังจะต้องเรียนรู้ถึงต้นกำเนินของการเต้นรำแต่ละประเภท คนที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการเต้นรำ จะเรียนสาขาวิชานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนาน

นักศึกษาส่วนใหญ่มักจบไปมีอาชีพเป็นนักเต้น ขึ้นแสดงบนเวทีตามงานอีเวนท์หรือโชว์ต่างๆ งานในลักษณะนี้ค่อนข้างยาก ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก และใช้ทักษะเฉพาะตัวสูง พวกเขาจึงได้รับค่าตอบแทนสูงเช่นกัน นักเต้นที่ทำงานใน London’s West-end มีรายได้สูงถึง 700 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 33,000 บาท) ทั้งนี้รายได้อาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณทำงาน

นอกจากนี้ยังพบว่ามีบัณฑิตจำนวนไม่น้อยที่ทำงานเป็นครูสอนเต้น ทั้งในสถาบันสอนเต้นโดยเฉพาะ และสถาบันการศึกษาทั่วไป นักเต้นที่มีความสามารถและจบการศึกษาระดับปริญญา มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากมาย บริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น The Royal Ballet Company และ Northern Dance มองหาบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ด้านการเต้น มาร่วมทีมกับพวกเขาเพิ่มเติมอยู่เสมอ หรือหากไม่ต้องการทำงานด้านการเต้นโดยตรง ก็อาจจะผันตัวไปทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์ หรือ แผนกการตลาด ให้กับองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเต้นและการแสดงอื่นๆ

เด็กๆหันมาเรียนเต้นรำกันมากขึ้น

“สังคมก้มหน้า” วัฒนธรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้คนในยุคของสังคมแห่งการเรียนรู้ ความสนใจของเด็กกับเทคโนโลยีเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองยอมรับว่ารับรู้ไว เรียนรู้เร็ว และมักตามมาด้วยข้อกังวลเกรงลูกจะติดเกม ติดแท็บเล็ต บั่นทอนต่อการเรียนและสุขภาพร่างกาย

การสรรหากิจกรรมทางเลือกให้แก่เด็กๆ เป็นทางออกหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองยินยอมพร้อมใจจะส่งเสริมให้บุตรหลานได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยแลกมาด้วยเวลาว่างของผู้ปกครองที่สูญหายไป

กิจกรรมการเต้นสามารถตอบความต้องการให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็กเล็กตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไปสามารถสมัครเรียนบัลเลต์ ในขณะที่ผู้ปกครองสามารถเลือกใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองไปพร้อมๆ กันกับกิจกรรมเสริมสุขภาพที่สตูดิโอสามารถจัดคลาสรองรับทั้งการเต้นในรูปแบบต่างๆ และโยคะ ส่วนในระดับวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่แสวงหาความเป็นตัวตน ต้องการการยอมรับจากสังคมสูง ทุกวันนี้การเต้นเป็นกิจกรรมที่วัยรุ่นหันมาสนใจเพราะสามารถนำไปใช้ในการแสดงความสามารถในเวทีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการมีทักษะการเต้นที่ถูกแบบแผนนอกจากช่วยเสริมบุคลิกภาพ กล้าแสดงออก ทั้งยังส่งเสริมให้มีวินัย เคารพกฎ มีความจำดี ตลอดจนบำบัดโรคสมาธิสั้นในวัยเด็กและอัลไซเมอร์ในวัยผู้ใหญ่ได้อีกด้วย เพราะการเต้นจะมีจังหวะทำให้ต้องคิดตามไปตลอดในขณะเต้น

“การเต้น หรือโยคะ เป็นการฝึกสมาธิ ทำให้ร่างกายตอบสนองร่างกายได้ดีขึ้น เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องหลังค่อม บางคนมาใหม่ๆ มองใต้ผมม้าตนเอง เมื่อมาเรียนจะรู้ว่าต้องยืนอย่างไร หันหน้าทางไหน การให้ทางผู้เต้นร่วมห้อง และมารยาทที่เหมาะสม จังหวะไหนต้องทำอย่างไร เด็กจะถูกฝึกให้คิดตาม และต้องแยกประสาทสัมผัสประสาทมือประสาทเท้า จังหวะกระโดดต้องหมุนหรือไม่ ทำให้เขาต้องคิดทุกขณะ เป็นการอยู่กับตนเอง เพราะคนปัจจุบันค่อนข้างอยู่กับคนอื่นและเทคโนโลยีมาก ไม่ได้มีเวลาทบทวนตนเอง การที่เราได้นิ่งๆ กับตัวเองทำให้เรามีเวลาทบทวนตนเอง มีสมาธิเยอะขึ้น”

ตลาดกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตรองรับคนรุ่นใหม่ สังเกตจากรายการโทรทัศน์ต่างๆ เริ่มมีเวทีประกวดความสามารถมากขึ้น โรงเรียนมีกิจกรรมมากขึ้น หากเทียบเป็นสัดส่วนเด็กในวัยเรียนได้เรียนเต้นเพียงร้อยละ 20 เพราะฉะนั้นตลาดยังไปได้อีกมาก และยังมีกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่เริ่มมองหากิจกรรมสันทนาการให้แก่ตนเองเพื่อสุขภาพและความบันเทิง หรือเพื่อเข้าสังคม เพราะฉะนั้นตลาดกำลังโต เราก็ต้องพร้อมที่จะโตไปกับตลาด

ลีลาศเป็นการเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะดนตรีด้วยลีลาอันงดงาม

ลีลาศ เป็นกิจกรรมที่ผู้คนชื่นชอบกันมาก เพราะลีลาศ มีลีลาเต้นรำที่สวยงามพลิ้วไหวไปกับเสียงเพลง ทั้งอ่อนหวานหรือเร้าอารมณ์ ลีลาศ ช่วยให้ผู้เต้นได้ความสนุกสนาน เติมเต็มจังหวะให้กับคนต่างวัยได้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้การเต้นลีลาศมีประโยชน์อีกมากมาย ถ้าคุณที่ยังไม่เคยเต้นลีลาศ อาจเปลี่ยนใจหันมาเต้นลีลาศก็เป็นได้

ลีลาศเป็นการเคลื่อนไหวให้เข้ากับจังหวะดนตรีด้วยลีลาอันงดงาม โดยปกติจะเป็นการเต้นระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เกิดมากว่า 1,000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอังกฤษเป็นผู้พัฒนาและปรับปรุงมาเป็นลำดับจนเป็นการเต้นลีลาศ หรือ ballroom dance ซึ่งเป็นได้ทั้งกิจกรรมทางสังคมเพื่อความบันเทิง มิตรภาพ บุคลิกภาพ และสุขภาพ

และกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในแง่ของกีฬา ความเพลิดเพลินในเสียงเพลงและลีลาการเต้นรำ เด็กหรือผู้ใหญ่ก็เข้ามาสัมผัสได้ การลีลาศช่วยคลายเครียดได้ เพราะขณะเต้นอยู่กับคู่ ต้องใช้สมาธิและจิตใจร่วมกัน ถ้าจิตใจครุ่นคิดอยู่กับงานหรือสิ่งอื่น ไม่ทันฟังเสียงดนตรี ก็ไม่สามารถจับจังหวะได้ อาจเหยียบเท้าคู่เต้น

การเรียนการสอน นอกจากเรียนจากตำรา มีอาจารย์สอนแล้ว ยังมีวิดีโอดูเพื่อช่วยสอนด้วย สำหรับคนเริ่มต้นแค่รองเท้าบางเบา ไม่จำเป็นต้องเป็นรองเท้าลีลาศ ส้นไม่ต้องสูงมาก ยิ่งอายุสูงส้นรองเท้ายิ่งต้องลดลง คือไม่ควรเกิน 2 นิ้ว ส่วนเด็กๆก็จะมีกฎออกมาว่า ไม่เกิน 1 นิ้ว

สำหรับการฝึกซ้อม เสื้อผ้าสวมสบาย ผู้หญิงก็นุ่งกางเกงได้ หากลงฟลอร์เต้นจริง ถ้าในบรรยากาศสบายๆ ผู้ชายแค่เชิ้ตกับกางเกง ผู้หญิงเป็นชุดกระโปรงที่ให้ความคล่องตัวพอสมควรก็ได้ ไม่แคบ หรือยาว จนเกินไป แต่กระโปรงผ้าทิ้งเล็กน้อยก็ช่วยให้มือสมัครเล่นดูมีลีลาขึ้นทันตา

ฟลอร์เต้นรำมักเป็นพื้นไม้ เพราะพื้นรองเท้าลีลาศเป็นหนังดิบ จะไม่ลื่นหรือฝืดเกินไป ในการฝึกฝนจังหวะพื้นๆ ง่ายๆ ใช้เวลาสัก 1 ถึง 2 สัปดาห์ก็จะเต้นเป็น จังหวะง่ายๆอย่าง วอลทซ์ ช่าช่าช่า จะเป็นเร็วหน่อย กลุ่ม คนที่สนใจลีลาศ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัยผู้ใหญ่ถึงผู้สูงอายุ และเป็นผู้หญิงส่วนมาก ซึ่งสามารถเดินเข้าไปฝึกฝนคนเดียวได้ โดยทางชมรมหรือโรงเรียนสอนจะมีครูฝึก หรือคู่เต้นให้